เจ๊ฉอด’ งัดหลักฐานโชว์....

เจ๊ฉอด’ งัดหลักฐานโชว์....

‘เจ๊ฉอด’ งัดหลักฐานโชว์-แจงปมร้อน ‘แอร์ คลับฟรายเดย์’ 
ดีเจรุ่นใหญ่ เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ออกโรงเคลียร์ด้วยตัวเอง หลังถูกตั้งประเด็นว่าจงใจจัดฉากแต่งเรื่องราว ใน club friday the series ตอน “หรือรักแท้จะแพ้ความต้องการ” ตอน คุณแอร์ คลับฟรายเดย์ เรื่องราวสะเทือนอารมณ์ของสองแม่-ลูก ที่ใช้สามีคนเดียวกัน ซึ่งหลังเรื่องนี้กลายเป็นซีรีส์ดัง เจ้าของต้นเรื่อง ได้มีการเปิดเพจ FB โดยนำรูปของ คุณแอร์ อีกคนหนึ่ง มาใช้จนกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่แท้จริงยังไม่มีการยืนยันว่าเพจดังกล่าวเป็นของ คุณแอร์ คลับฟรายเดย์ จริงหรือไม่

 เจ๊ฉอด เผยว่า กับเรื่องที่เกิดขึ้นก็อย่างที่ทราบ คือ คลับฟรายเดย์จะเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้คนฟังของเราโทรเข้ามา เพื่อเล่าเรื่องในประเด็นที่เราตั้งขึ้นมาในแต่ละวันศุกร์กับเรื่องราวที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในความรักความสัมพันธ์แล้วเราได้นำเรื่องราวเหล่านั้นมาตอบกันในรายการ โดนมีพี่ฉอดพี่อ้อยเป็นพิธีกร อาจจะมีคนฟังของเราที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ นาๆ กันเข้ามา ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราทำคลับฟรายเดย์กันมา 9 ปี เกือบ 10 ปีแล้ว
 เพราะฉะนั้นมีเรื่องราวมากมายในแต่ละวันศุกร์ และผู้คนที่ส่งเรื่องและแสดงความคิดเห็นเยอะมาก เพราะเราเปิดโอกาสรับเรื่องในทุกๆ ด้าน แล้วเราก็มีทีมงานที่จะคุยเพื่อเช็กความแน่ใจว่าคนที่โทรมานี้ มีเรื่องราวอย่างไร และเรื่องราวเหล่านั้นมีประเด็นสำคัญอย่างไร วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของรายการคลับฟรายเดย์ คือ เรามีความตั้งใจที่จะให้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นกรณีศึกษา คือ ถ้ามันเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้น พี่อ้อยพี่ฉอดจะตอบว่าอะไร คนที่โทรศัพท์เข้ามาคุยในรายการจริงๆ มีจำนวนไม่เยอะ ศุกร์นึงประมาณ 10 สาย

 แต่คนที่ดูคนที่ฟังอยู่มีจำนวนมากมาย ที่เราคำนึงถึงว่าเขาจะสามารถเอาเรื่องราวเหล่านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตจริงของเขาได้อย่างไร อันนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด ตอนนี้มีหลายๆ คนพยายามตั้งประเด็นว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง หลอกลวงอะไรต่างๆ ก็ตามพี่อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้ว โดยขบวนการของการโทรศัพท์เข้ามา มันไม่ใช่แค่ว่าโทรเข้ามาปุ๊บแล้วจะได้ออกอากาศ เราก็มีกระบวนการในการกลั่นกรองพูดคุยจำนวนนึง
 “ยังไงก็ตามแต่ มันก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เข้ามา มันจะต้องถูก คงตรวจสอบชนิดว่าเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าเราไม่ได้บอกว่ามันต้องเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราสนใจว่ามันเป็นประเด็นที่มีประโยชน์กับคนฟังคนดูของเราหรือเปล่า อันนั้นคือประเด็นสำคัญที่สุด แต่ยังไงก็ตาม คนที่ทำงานตรงนี้ อย่างพี่ฉอดเองที่เป็นคนที่ทำรายการคลับฟรายเดย์มาเป็นสิบปี เราพอจะฟังจากการคุยอะไรต่างๆ ได้ว่าเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วเราคิดกันไปก่อนแล้วว่าเรื่องมันจริงหรือไม่จริง”

 เราคิดกันก่อนที่เรื่องมันจะออกอากาศมาเสียอีก เราสกรีนกรั่นกรองกันมาก่อนแล้ว แต่อย่างที่บอกค่ะว่า เวลาเรามาเล่าเรื่องแบบนี้กัน เรายังไม่สามารถบอกได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นมันอาจจะเป็นมุมมองของคนที่เล่า เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้นอาจจะมีตัวละครหลายตัวก็จริง แต่คนที่โทรเข้ามา เขาเล่าในมุมมองของเขา เพราะฉะนั้นมันก็อาจจะเกิดการคลาดเคลื่อนเพราะว่ามองมุมไหนมันก็ต้องเป็นแบบที่มองในมุมของตัวเอง พอเรามาจับประเด็นกันว่ามันจริงหรือไม่จริง พี่ก็เลยรู้สึกว่าเราอย่าลืมวัตถุประสงค์หลักของรายการก่อน






 “ถ้าถามว่ารายการจำเป็นต้องเมคไหม บอกได้เลยว่าไม่จำเป็น เพราะเรื่องที่เข้ามาในทุกวันศุกร์มันมีเยอะมากแล้ว ออกอากาศจริงไม่ถึงสิบสาย ดังนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องเมค หลังจากเรื่องนี้ออกอากาศไป มันมีกระแสความรุนแรงของเรื่องนี้ออกมามากมาย จนถึงวันนี้ก็ยังมีหลายคนที่บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก เรื่องแบบนี้แต่ประเด็นนี้ ถามว่าเรื่องนี้แรงไหม แรงค่ะ แต่มันมีเรื่องแรงกว่านี้เกิดในสังคมเรามากมาย ถามว่าเรื่องราวของคุณแอร์มันประหลาดมหัศจรรย์ถึงขั้นจะเป็นไปไม่ได้เลยไหมมันก็ไม่ใช่ มันเป็นเพียงเคสที่รุนแรงเคสหนึ่งเท่านั้นเอง”

 อย่างที่บอกว่าคุณแอร์ไม่ได้โทรเข้ามาเพื่ออยากดังหรืออยากออกอากาศ จริงๆ เขาไม่ได้พูดถึงการออกอากาศใดๆ เลย เขาส่งเรื่องของเขาเข้ามาทางเฟซบุ๊กของพี่อ้อย เพื่อปรึกษา ซึ่งเป็นงานปกติที่พี่ฉอดกับพี่อ้อยทำอยู่ทุกๆ วัน เพื่อปรึกษาเพื่อให้เราเป็นที่พึ่ง จะมีการคุยกันระหว่างคุณแอร์กับพี่อ้อยตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา เขาเล่ามาว่าเรื่องเป็นอย่างไรแล้วพี่อ้อยก็ให้คำแนะนำต่างๆ อยู่ระยะเวลาหนึ่ง จนพี่อ้อยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ พี่อ้อยเลยมาคุยกับพี่ฉอดและทีมงานว่าเคสนี้น่าสนใจ เราติดใจตรงประเด็นที่ว่าคุณแอร์เขาเจอเหตุการณ์ขนาดนี้แล้วแต่เขาก็ไม่ทำแท้ง เขาไม่ฆ่าตัวตายเขาก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมาได้ เราติดใจตรงนี้ว่ามันน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่เจออะไรที่หนักหนาอยู่ตอนนี้ เราก็เลยโทรไปคุยกับน้องเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆ และวันหนึ่งก็ได้เอาสายของน้องมาออกอากาศ นั้นเป็นขั้นตอนแรกในการนำเรื่องนี้ออกอากาศ

 หลังจากนั้นมาก็มีกระแสมากมาย จนถึงวันที่เราจะทำซีรีส์ ตอนนั้นเราเลือกเรื่องที่จะทำซีรี่ส์กัน เราก็ยังคิดถึงประเด็นเดิมของคุณแอร์อยู่ว่า เรื่องนี้มันแรงแต่มันเป็นประโยชน์ เราเลยเลือกเรื่องนี้มาทำซีรีส์ เราจะมีการขออนุญาต คือ ให้พี่อ้อยส่งไปขออนุญาตน้องว่าจะเอาเรื่องของน้องมาทำเป็นซีรีส์ น้องยังส่งกลับมาว่า น้องขอถามพี่อ้อยตรงๆ ว่ามันจะดีไหมที่เอาเรื่องของน้องไปทำ เพราะน้องก็กังวล เพราะมันมีฟีดแบ็กทั้งดีและไม่ดีเข้ามา น้องยังกังวลว่าเอาเรื่องของแม่มาเล่าแบบนี้หลายคนบอกว่าไม่เหมาะสม

 “จนถึงเรื่องที่เป็นประเด็น เรื่องของการเปิดเฟซบุ๊กที่มีรูปของคุณแอร์อีกคนหนึ่ง หรือการโอนเงินต่างๆ ก็ตาม คือ หลังจากเรื่องราวได้ออกอากาศไปทางรายการ ยังมีโอกาสได้ติดต่อกับเจ้าของเรื่องอยู่ วันหนึ่งน้องแอร์ก็มาปรึกษาพี่อ้อยว่า เขาอยากเปิดหน้าเพจของตัวเอง ซึ่งพี่อ้อยก็ยังเตือนบอกน้องว่าจะดีเหรอ เพราะน้องบอกว่าอยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากยุ่งกับใคร น้องเขาบอกว่าเขาได้รับกระแสของคนที่เข้ามาให้กำลังใจเยอะมาก เขารู้สึกว่าอยากสัมผัสกับกำลังใจเหล่านั้นด้วยตัวเขาเอง”

 “พี่อ้อยยังเตือนว่า อันนี้แล้วแต่น้องนะคะ เพราะว่ากระแสที่เข้ามามันมีทั้งบวกและลบนะถ้าน้องไม่แข็งแรงพอ พี่อ้อยไม่เห็นด้วยนะ น้องบอกว่าอ๋อเหรอคะ งั้นหนูไม่เปิดดีกว่าไปปิดดีกว่า นั่นคือสิ่งที่เรารู้ เพราะเราคุยกับเขาได้แค่นั้น เพราะฉะนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่น้องเอารูปคุณแอร์อีกคนมาเป็นหน้าเพจตัวเอง จนกระทั่งมาถึงเรื่องว่าคุณแอร์มีจริงหรือเปล่า ส่วนตัวพี่เดาว่า น้องอาจไม่อยากเอาหน้าของตัวเองมา ก็เลยไปคว้าเอารูปของใครมาพี่เดาว่าอย่างนั้น อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ”

 “ส่วนน้องที่เป็นเจ้าของรูปที่ลุกขึ้นมาพูดหรือมีการโทรไปคุยกับคุณแอร์ตัวจริง เป็นสิ่งที่เราไม่ทราบมันเกินการควบคุมของพวกพี่ พี่ก็เลยไม่รู้ว่าต่อจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น เพราะน้องแอร์ที่เป็นเจ้าของรูปพยายามเรียกร้องให้ทางรายการรับผิดชอบไม่งั้นจะฟ้อง พี่ก็ไปเช็คทางกฎหมาย จริงๆ แล้วการเปิดหน้าเฟซบุ๊กมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นพี่ไม่สามารถตามไปรับผิดชอบในสิ่งที่มันเกิดขึ้นตรงนั้นได้ เพราะมันเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่พี่เอามาออกรายการ”

 “ส่วนอีกกรณีที่มีน้องผู้ชายเขาบอกว่าได้โอนเงินให้น้องแอร์ 6,000 บาท และมีคลิปเสียงที่เขาคุยกัน สิ่งที่เรารู้ คือ มีคนเยอะมากที่เข้ามาอยากจะติดต่อน้องแอร์ แต่โดยมารยาทแล้วทางกรีนเวฟไม่เคยให้การติดต่อใดๆ กับใคร สุดท้ายน้องผู้ชายก็ได้คุยกับน้องแอร์ เรามารู้เรื่องเพราะน้องแอร์มาคุยกับพี่อ้อยแล้วบอกพี่อ้อยว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเขามาคุยด้วยดีมากเลย พอดีหนูมีปัญหาเรื่องเงินเขาก็โอนเงินมาช่วย 6,000 บาท พี่อ้อยก็ดูไปว่าอย่าทำอย่างนี้ จะไปเอาเงินเขามาง่ายๆ ได้ยังไง เขาเลยบอกว่าถ้าทำงานได้จะเอาเงินไปใช้คืน นี่คือสิ่งที่เรารับรู้ พอวันนึงมีผู้ชายคนนี้ออกมาก็เช่นเดียวกัน มันเป็นสิ่งที่เหนือการควบคุมของเราแล้ว”

 ส่วนใหญ่พี่อ้อยและทีมงานจะเป็นคนคุยกับคนที่เข้ามามากกว่าพี่ฉอด ในขั้นแรกน้องปฏิเสธว่าไม่ได้ทำกรณีเฟซบุ๊ก แต่พอหลังจากนั้น น้องมาโพสต์ข้อความขอโทษยอมรับว่าทำไปจริงๆ ที่สุดแล้วพี่อยากจะยืนยันในเจตนาของรายการก่อนว่าเราทำงานมาสิบปี ไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อน เรื่องราวที่ผ่านมาเป็นประโยชน์กับคนจำนวนเยอะมาก ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นพี่ว่ามันเกิดขึ้นจากตัวบุคคลไม่ใช่รายการ อยากจะบอกว่าไม่ต้องไปสืบที่ไหน อยากให้ลองมานั่งทำรายการกับพี่แล้วจะรู้ว่าเราทำงานยังไง

 สำหรับใครที่มีปัญหาจากผลพวงของเรื่องนี้ พี่คงไม่สามารถไปรับผิดชอบเรื่องใดๆ เพราะเราไม่เกี่ยว แต่พี่ยินดีช่วยเหลือถ้าน้องต้องการ แต่ไม่ใช่เรื่องการฟ้องหรือเรียกค่าเสียหายใดๆ หลังจากนี้ถ้ามีใครอยากติดต่อกับเรา ขอให้เข้ามาเจอกันตัวเป็นๆ เราจะไม่รับจากการโทรหรือโซเชียลใดๆ อีกเรื่อง คือ เรื่องของแม่ของน้องแอร์ คือ แม่ติดต่อเข้ามาอยากติดต่อน้องแอร์ แต่รายการไม่ได้ให้การติดต่อใดๆ ไป และยื่นข้อเสนอให้พูดผ่านรายการ และก็เลยกลายเป็นว่าโดนโยงว่าเราสร้างเรื่องขึ้นมาอีก ก่อนจะให้สื่อสารกัน เราก็มีการเช็คกันว่าเป็นแม่จริงๆ แล้ว

 “หลังจากนั้นถ้าเขาอยากติดต่อกัน เขาคงติดต่อกันเอง เพราะฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้เราไม่รู้จะเมคขึ้นมาทำไม เพราะทุกคนไม่ได้อะไรจากการทำแบบนั้น คุณแม่ก็ไม่ได้ดังหรือก็ไม่ได้จะดูดีเท่าไหร่ หลังจากนี้ทางเราก็จะเดินหน้ากันต่อไปค่ะ เพราะการทำรายการของเราอยู่ที่เจตนาของรายการเรามากกว่าค่ะ” คุณฉอด สายทิพย์ กล่าว
........................................................................
ขอขอบคุณข่าวจาก: http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd09EUTBNRGt3TkE9PQ%3D%3D&subcatid
mas andes

Author :

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim ad minim veniam, quis nostrud exerci tation ullamcorper suscipit. Terimakasih atas kunjungannya brother yang baru saja membaca artikel berjudul เจ๊ฉอด’ งัดหลักฐานโชว์.....
Share Artikel

Artikel Terkait